รู้หรือไม่ "กุมภาพันธ์" เคยมีถึง 30 วัน จักรพรรดิเอาแต่ใจ "แย่งวัน" ไปเพิ่มให้เดือนอื่น

รู้หรือไม่ "กุมภาพันธ์" เคยมีถึง 30 วัน จักรพรรดิเอาแต่ใจ "แย่งวัน" ไปเพิ่มให้เดือนอื่น

รู้หรือไม่ "กุมภาพันธ์" เคยมีถึง 30 วัน จักรพรรดิเอาแต่ใจ "แย่งวัน" ไปเพิ่มให้เดือนอื่น
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

รู้หรือไม่ "กุมภาพันธ์" เคยเป็นเดือนสุดท้ายของปีและมี 30 วัน แต่ลดลงเหลือ 28-29 วัน เพราะจักรพรรดิเอาแต่ใจ แย่งวันไปเพิ่มให้เดือนอื่น

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไม เดือนกุมภาพันธ์ ถึงมีจำนวนวันน้อยกว่าเพื่อน แถมยังต้องรอถึง 4 ปี กว่าจะมีวันที่ 29 โผล่มาให้เห็นสักครั้ง เรื่องราวนี้ต้องย้อนกลับไปไกลถึงยุคอาณาจักรโรมัน ซึ่งเต็มไปด้วยการปรับเปลี่ยนปฏิทินตามอำนาจของจักรพรรดิและความก้าวหน้าทางดาราศาสตร์ จนกลายเป็นที่มาของเดือนที่สั้นที่สุดในปัจจุบัน

จากปฏิทิน 10 เดือน สู่การเพิ่ม "มกราคม-กุมภาพันธ์"

ในยุคเริ่มแรก ชาวโรมันใช้ปฏิทินที่มีเพียง 10 เดือนเท่านั้น โดยเริ่มนับเดือนมีนาคม (Martius) เป็นเดือนแรกของปี และสิ้นสุดที่เดือนธันวาคม (December) ส่งผลให้หนึ่งปีมีวันไม่ครบตามการโคจรของโลก ต่อมา จูเลียส ซีซาร์ (Julius Caesar) รัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่แห่งโรม ได้ประกาศใช้ "ปฏิทินจูเลียน" โดยคำแนะนำของ โซซิจีนีส (Sosigenes) นักดาราศาสตร์ชาวกรีก

ซีซาร์ทำการเพิ่มเดือนเข้าไปอีก 2 เดือน คือ มกราคม และ กุมภาพันธ์ โดยกำหนดให้กุมภาพันธ์เป็นเดือนสุดท้ายของปี และมีการเรียงจำนวนวันสลับกัน เดือนคี่มี 31 วัน ส่วนเดือนคู่มี 30 วัน ดังนี้

  • March (มีนาคม) – 31 วัน
  • April (เมษายน) – 30 วัน
  • May (พฤษภาคม)  – 31 วัน
  • June (มิถุนายน) – 30 วัน
  • July (กรกฎาคม) – 31 วัน
  • August (สิงหาคม) – 30 วัน
  • September (กันยายน) – 31 วัน
  • October (ตุลาคม) – 30 วัน
  • November (พฤศจิกายน)  – 31 วัน
  • December (ธันวาคม)  – 30 วัน
  • January (มกราคม) – 31 วัน
  • February (กุมภาพันธ์) – 29 วัน

เดือนกุมภาพันธ์ เดือนสุดท้ายของปี มี 29 วัน

ถึงแม้จะเพิ่ม มกราคม กับ กุมภาพันธ์ เข้ามาแล้ว แต่ จำนวนวันกับเวลาที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ก็ยังนับได้เป็น 365 เศษ ¼ วัน และจะครบ 366 วันในเวลา 4 ปี นั่นทำให้เดือนกุมภาพันธ์ที่ตอนนั้นเป็นเดือนสุดท้ายของปี มีวันที่ 30 ทุก 4 ปี นั่นเอง

กุมภาพันธ์โดนแย่งวัน

ความวุ่นวายเกิดขึ้นในสมัยของ จักรพรรดิออกัสตัส ซีซาร์ (Augustus Caesar) ผู้เป็นหลานและบุตรบุญธรรมของจูเลียส ซีซาร์ เกิดในเดือนสิงหาคม (เดิมชื่อ Sextilis) และพบว่าเดือนของตนเองมีเพียง 30 วัน ซึ่งน้อยกว่าเดือนกรกฎาคม (July) ที่ตั้งตามชื่อของจูเลียส ซีซาร์ ซึ่งมี 31 วัน

ด้วยความต้องการให้เดือนของตนยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน จักรพรรดิออกัสตัสจึงได้เปลี่ยนชื่อเดือน Sextilis ซึ่งเป็นเดือนเกิดของตนเป็นชื่อ August เท่านั้นยังไม่พอ ทรงเห็นว่าเดือนนี้มีเพียง 30 วัน จึงไปดึงวันจากเดือนที่เพิ่งตั้งขึ้นมาใหม่อย่างกุมภาพันธ์ มาใส่เดือนเกิดตัวเอง ทำให้เดือนสิงหาคมมี 31 วัน และเดือนกุมภาพันธ์เหลืออยู่ 28 วัน และก็กลายเป็น 29 วันในปีอธิกสุรทินอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน และจำนวนวันของเดือนกันยายนถึงธันวาคมถูกกำหนดใหม่สลับกันระหว่าง 30 และ 31 วัน  

  จักรพรรดิออกัสตัส ซีซาร์ (Augustus Caesar)

กุมภาพันธ์ จากเดือนสุดท้ายกลายเป็นเดือนที่ 2 ของปี

สมเด็จพระสันตะปาปาเกรกอรีที่ 13 (Pope Gregory XIII) ได้ปรับปรุงปฏิทินอีกครั้งเป็น "ปฏิทินเกรกอเรียน" เมื่อ ค.ศ. 1582 เพื่อลดความคลาดเคลื่อนสะสม และประกาศให้วันที่ 1 มกราคมเป็นวันขึ้นปีใหม่แทนวันแรกของเดือนมีนาคม ทำให้เดือนกุมภาพันธ์ถูกเลื่อนจากเดือนสุดท้ายมาเป็นเดือนที่ 2 ของปีโดยปริยาย

ทำไมชื่อเดือนกุมภาพันธ์ถึงไม่ลงท้ายด้วย "คม" หรือ "ยน"

ในประเทศไทย ปฏิทินสุริยคติไทย ใช้จำนวนเดือน 12 เดือน ตามปฏิทินเกรกอเรียน สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ทรงเป็นผู้กำหนดชื่อเดือนภาษาไทย โดยทรงนำคำสองคำมาสมาสแบบสนธิกัน คำต้นเป็นชื่อราศี รวมกับคำว่า อาคม หรือ อายน ที่มีความหมายว่า การมาถึง

โดย อาคม จะใช้สำหรับเดือนที่มี 31 วัน และ คำว่า อายน จะใช้สำหรับเดือนที่มี 30 วัน ยกเว้นเดือนกุมภาพันธ์ ที่มี 28-29 วัน จะใช้คำว่า อาพันธ์ ที่แปลว่า การผูกหรือเกี่ยวข้องกัน นั่นเอง ซึ่งเป็นที่มาของการที่เดือน กุมภาพันธ์ ไม่ลงท้ายด้วยคำว่า ยน หรือ คม

การสมาสคำแบบสนธิของเดือนทั้ง 12 เดือน

  1. มกราคม = มกร + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีมังกร
  2. กุมภาพันธ์ = กุมภ + อาพันธ์ แปลว่า การมาผูกกันของราศีกุมภ์
  3. มีนาคม = มีน + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีมีน
  4. เมษายน = เมษ + อายน แปลว่า การมาถึงของราศีเมษ
  5. พฤษภาคม = พฤษภ + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีพฤษภ
  6. มิถุนายน = มิถุน + อายน แปลว่า การมาถึงของราศีเมถุน
  7. กรกฎาคม = กรกฎ + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีกรกฎ
  8. สิงหาคม = สิงห + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีสิงห์
  9. กันยายน = กันย + อายน แปลว่า การมาถึงของราศีกันย์
  10. ตุลาคม = ตุล + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีตุล
  11. พฤศจิกายน = พฤศจิก + อายน แปลว่า การมาถึงของราศีพิจิก
  12. ธันวาคม = ธนู + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีธนู

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล